รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ปะทะ รักแห่งสยาม

Posted in life with tags , , , , , , , , , , on February 4, 2010 by inochi26

เอ่อ…ครือ คิดTitleไม่ออก อย่าคาดหวังว่ามันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกะหนังทั้ง2เรื่องนะ

เรื่องแรก…”รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”

ในรถไฟฟ้าบีทีเอสแค่ละวันมันมีเรื่องราวหลากหลายรูปแบบ
โดยเฉพาะเราที่ใช้บริการเป็นประจำทุกวัน ทุกๆวันมีการเปลียนแปลงของสถานการณ์
ผู้คน เรื่องราวจากปากของคนที่ยืนและนั่งใกล้ๆ
มีประสปการณ์ที่ผ่านมาเล่าให้ฟัง
อ่ะ…มีวันนึง
ขึ้นจากชิดลมกลับบ้านเราดั้นยืนอยู่ใกล้ๆคู่หนุ่ม-สาวคู่นึงไม่รู้เหมือนกันว่าอีคู่เวรนี้ขึ้นมาจากไหน
ผู้หญิง…”หิวข้าววว จัง…ไม่ได้กินไรมาตั้งแต่เย็นแล้ว เราหิวววๆๆ”
ผู้ชาย…ลูบหัวแฟนด้วยความสงสาร
ผู้หญิง…”ไม่ไหวแล้วเนี่ย…หิวมากกก”(สถานีนานา)
ผู้ชาย…”เดี๋ยวก็จะถึงแล้ว แป๊บบนะ//ลูบหัวแฟนต่อ”(น่ารักจริงๆ)
ผู้หญิง…”เธอ เราหิวข้าวจังเลยอ่ะ”(สถานีพร้อมพงษ์)
ในทุกๆ1-3นาที ผู้หญิงคนนี้จะพูดอยู่แบบเนี๊ยะ วนไปวนมาอยู่อย่างนี้
ตัวเรา(ในสถานะคนมีหูและได้ยิน) แมร่ง…เราอยากควักเงินซักร้อยนึงให้นังนี่ที่สถานีอโศกไปแล้วบอกว่า
“มึงงงหิวนัก ก็ช่วยไปกินอะไรก่อนได้มั้ย??ก๋วยตงก๋วยเตี๋ยว อะไรก็ได้…แล้วค่อยกลับมาใหม่”
อินี่หนิ…พล่ามอยู่นั่น เรียกคะแนนสงสารจากแฟนรึไง?? ทำตัวอ่อนระทวย
ประมาณว่าดูแลช้านหน่อยถ้าเราเป็นแฟนมันนะคงด่าเข้าให้อ่ะ…รำคาญว้อยยย
“กรู..คนโว้ย พูดคำเดียวรู้เรื่อง ไม่ต้องพูดซ้ำซาก ได้ยินแล้วว่ามรึงหิว ทำไม?กรูต้องพก
แคร็กเกอร์มาให้รึไง??”
โตเป็นควายแล้วอีนี่…ไม่ได้เป็นเด็กอนุบาล

อีกที…คราวนี้คู่เกย์
บีทีเอสมันจะมีช่วงรอยต่อระหว่างโบกี้ใช่ป๊ะ…น่านแหละ พวกมันจูบกันแมร่งตรงนั้น
โห่ววว เรางี้อยากหาผ้ามาขึง อยากมากนักใช่มั้ย?? ปะ ไปขึ้นแท็กซี่ซะ จะกอดจะจูบอะไรกัน เชิญ…
ไม่ใช่ว่าเสือกนะ แต่ตาเจ้ากรรมดันมองไปเห็น ใครห้ามไม่ให้มองว่ะแล้วไม่ใช่เราคนเดียวทั้งละแวกนั้นมองตาทุกคนก็รู้ว่าลุ้นว่าพวกมันจะยังไงกันต่อ…
เวร และ กรรมของไอ้พวกที่มอง(เราด้วย) มันดันลงเอกมัย
…ที่เหลือก็แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน แต่ที่แน่ๆสายตาทุกคนเอกฉันท์ที่ว่า
“ทำไม?ไม่ลงอ่อนนุช”

คู่เลสก็มี…
ยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อกันซักพัก ฝ่ายดี้เรียนที่ไหนซักที่อ่ะเห็นใส่ชุดนักศึกษาอยู่ ฝ่ายทอมน่าจะทำงานแล้วคือเวลาประมาณนั้น(ทุ่มเศษๆ)คนจะเยอะมากอ่ะนะ ถ้าใครเคยใช้บริการ เบียดสาดดดแล้วคุณพวกมึงยังมีหน้ามา”บีบสิว” ย้ำ “บีบสิว” กันในบีทีเอส
แม่เจ้า…..ในใจเราพูดว่า…มึงอย่าเชียวนะ อย่า..บีบสปริ้ดมาโดนกรูเชียว แม่ด่าลืมบ้านอ่ะ
ลองคิดดูสิคะว่า คนเยอะๆเบียดเสียดเยียดยัดแล้วมีคนมาบีบสิวตรงหน้าคุณ…
ไม่ให้คิดได้ไงว่า เปอร์เซ็นต์เทจขององศาในการสปริ้ดมาโดนคุณจะเป็น “ศูนย์”
ณ.ขณะนั้น โดนส่วนไหนก็ยี้ยยยแล้วอ่ะ(จินตนาการล้ำเลิศมากเรา)
ณ.อารมณ์นั้นอีกแหละ เวงงง…นี่ยยย์ ถึงบ้านแล้วกะเอากันอย่างเดียวเหรอ??
ถึงขั้นไม่มีเวลามาบีบสิว ต้องมาบีบในบีทีเอสกันเลยทีเดียว

มีอีก2ประเภทที่น่ารังเกียจ คือ
…หนึ่ง…
คนจะไป ควายจะมา ไม่สน..บีทีเอสนี้ ที่นั่งนี้ สเปสข้างหน้านี้ของกรู อยากเหยียดขา
อยากพิงตรงเสา ทำมายอ่า??…ไม่หนักหัวใครหรอกแต่(ขอโทษนะ)ตระกูลมรึงสอน
ให้ใช้นิสัยเลวๆในที่สาธารณะเหรอ??
อยากถามว่า เช้านี้ก่อนออกบ้านมรึงกินยาเขย่าขวดหรือเปล่า??
ความควายเข้าสิงหรือเยี่ยงไร?? สมบัติผู้ดีมีบ้างไหม?? กะอยู่ว่าจะซื้อหนังสือ”สมบัติผู้ดี”
ติดตัวไว้เจอคนแบบนี้จะเปิดหน้าที่เกี่ยวกับมันให้อ่าน หนีซุกแผ่นดินกันไปข้างนึงเลยทีเดียว
ตอนrush hourไม่ว่าเช้าหรือเย็น คนก็เยอะอยู่แล้ว พ่องเป็นเจ้าของหรือไง??
นิสัยเสียอีคนพวกนี้

…สอง…
ประเภท คุยโทรศัพท์ เสียงดัง….รู้นะเข้าใจนะว่าไอ้จอโฆษณาของบีทีเอสมันเสียงดัง
แต่ มรึงอย่าแข่งเสยงดังกะมันได้ม้าาาา ถือว่าน้องมายด์”คุณแม่ขอร้องงงง”
กรูไม่ได้อยากรู้เรื่องของมรึ๊งงงงง ไม่ได้แม้แต่นี้สสเดียว ไม่ต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้
ไอ้/อี ที่ทะเลาะกับแฟน,คุยเรื่องงาน,ทะเลาะกับซัพพลายเออร์ บลา บลา บลา
เกรงใจคนที่ร่วมขบวนคุณมั่ง ที่ต้องทนฟังมรึงพล่ามอะไรต่อมิอะไรหน่ะ
ประเภทนี้ก็ ก่อนออกจากบ้านกินยาลืมเขย่าขวด

——————————————————————–

เรื่องที่สอง…”รักแห่งสยาม”

เหอๆๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความรักสวีทวิดวิ้วหรอก เกี่ยวกับความรักในการกินหง่ะ

“สยาม”พื้นที่เล็กๆแต่มีร้านรวงมากมาย เปิดต้ว ปิดตัวไปตามวันและเวลา
มีร้าน”หม้อดิน”เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ขนมจีน ตั้งอยู่หน้าศูนย์หนังสือจุฬา แต่ปิดไปแล้ว
เสียดายอย่างแรง
ฮ่วย!! เราชอบร้านนี้มากอ่ะ มีทั้งน้ำเงี้ยว น้ำยา แกงเขียวหวาน ซาวน้ำฯลฯ
สุดท้ายของทุกครั้งต้อตบท้ายด้วย…ขนมจีนเปล่าๆกับน้ำปลา

อีกร้าน…อันนี้พลาดไม่ได้ ห้องเล็กๆแต่แมร่งคนต่อคิวยาวสัดดด
ไม่รู้ว่าเรียกว่าร้านอะไรแต่เราเรียกว่า”ร้านยำสยาม” มีคนทำอยู่จริงๆสองคน
อีกสองคน…พี่ผู้ชายมีตำแหน่งขายน้ำ,กล้วยปิ้งและมันปิ้ง พ่วงเด็กเสิร์ฟ
คุณยายอีกคนมีตำแหน่งเป็นแอ็กเค้าท์ และเด็กเสิร์ฟ
…เล็กลวก,ตำไข่เค็ม,ตำข้าวโพดไข่เค็ม,ลาบไก่ทอด,ต้มยำน้ำข้น ที่กล่าวมาเป็น”เดอะมัสท์”
ไม่รู้ว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไรกะร้านนี้ กินเกือบทุกอาทิตย์ มันคงอร่อยกับผงชูรสอ่ะเราคิดว่านะ
ร้านนี้เป็นอันรู้กันทั่วเขตคามว่า ไม่ง้อลูกค้า ใครรอคิวไม่ไหวก็ไม่ต้องกิน
ประโยคเด็ดประจำท่องขึ้นใจคือ “นั่งมั้ยน้อง?กี่คน?กินที่นี่จดเลย…กลับบ้านสั่งเลยไม่ต้องจด”
แล้วทุกครั้งที่ไปต้องมีอะไรเกิดขึ้น เป็นเหตุให้แม่ค้าด่าจนได้ ให้มันได้งี้สิว่ะ…

จากเรียลประสปการณ์(ค้ดแล้ว)
(หนึ่ง)
เนื่องจากบริษัทอยู่ใกล้สยาม เรากะแล้วว่าคิวยาวต้ดสินใจกะคนที่บริษัทว่าจดไปก่อนเลย
ไปถึงก็ยื่นรายการอาหาร สักพัก…ป๊าาาบเข้าให้ พี่คนตัวเล็กๆดำๆอ่ะ เรียกเลยย..
“น้องงงง…นี่มันเลข1หรือเลข2 ?? (ไรหว่ากรูว่ากรูเขียนถูกแล้วน๊ะ) เลข1ไม่ต้องมีหาง
พี่สับสน”
หื้อ?? คือพี่เค้าจะบอกว่าเวลาเขียนเลข”หนึ่ง” ก็แค่ขีดเส้นตรงๆหนึ่งเส้นก็พอ
…โอยย ประจานกันทั้งร้านและละแวกใกล้เคียง คนเดินผ่านไปมาได้ยินโหม้ดดด
(พวกเราก็คิดว่าพวกกรูเขียนมาแม่งก็หาอะไรมาด่าพวกกรูผิดทู้กที เขียนเลขหนึ่งมีหางแม่งยังด่า)

(สอง)
ตอนที่สั่งต้มยำคราวก่อนนู้น นังแม่ค้าหันมาถามว่า”น้องงง ต้มยำน้ำใสหรือน้ำข้น??บอกด้วยจะได้ทำถูก”โอเค้ย์ๆๆเนื่องจากมีประสปการณ์มาแล้ว คราวนี้เราเลยตะโกนบอกว่า
“พี่ต้มยำน้ำข้นนะคะ”
นึกว่าจะรอดตัว ที่ไหนได้แม่ค้าเสือกตะโกนกลับมาว่า “ต้มยำมีแต่น้ำข้น ไม่ทำน้ำใส”
….เอ๋อแดก….เวงงงง แล้วคราที่แล้วพวกกรูมากินเชี่ยไหนตะโกนว่า”น้ำใส หรือ น้ำข้นวะ??”
เดาอารมณ์แม่ค้าไม่ถูก ในเมื่อความซวยมาเยือนอะไรก็ช่วยไม่ได้ เฮ้อ…

(สาม)
เวลาสั่งอาหารต้องตะโกนดังๆไม่งั้นแม่ค้าไม่ได้ยิน(หูดับไงว่ะ? ร้านก็โครตเล็ก)
พอวันไหนที่เราตะโกนไปดังๆ ดันหันมาด่ากรูว่า”ไม่ต้องตะโกนก็ได้ ใกล้แค่นี้ได้ยิน!!”
ชิบหายแล้วมั้ยหล่ะกรู ตะโกนก็โดนด่า ไม่ตะโกนก็ว่า ไงก็ผิดวันยันค่ำ…หลังๆนี่ช่างแม่งง
เหวี่ยงเต็มที่เลยเพ่….เตรียมใจมากินและรับคำด่า

(สี่)
คราวนี้เราไม่ได้ไป น้องที่บริษัทไปกินแล้วมาเล่าให้ฟังว่า มีผู้หญิงคนนึงไปกินคนเดียว แต่สั่ง
ต้มยำเซี่ยงไฮ้น้ำข้น,ตำผลไม้รวม,ส้มตำปูม้า และอะไรอีกสักอย่างนี่แหละ…เด็ดอยู่ตรงที่
“ขอรวมมาในจานเดียว”
คนทำก็ทำไม่ถูก ไม่ใช่พระนะเมิงงงที่จะเอาทุกอย่างมารวมในบาตรแล้วฉัน
สรุป…พี่คนทำก็เอาทุกอย่างมารวมกันจริงๆ ใส่ในกะละมังที่ใช้คลุกยำอ่ะ แล้วเธอคนนั้นก็กินจริงๆ
อย่างกะกะละมังข้าวหมา…คิดดูละกันว่าในชามนั้น มีทั้งปูม้า เส้นมะละกอ น้ำต้มยำและอะไรต่อมิอะไร
….แบบนี้ ต้องให้เสื้อสามารถ

(ห้า…ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอเม้าท์คุณยายหน่อย)
ยายแกจะชอบลูกค้าผู้ชายเป็นการพิเศษ ไม่ว่าชายแท้หรือแอ๊บชาย ช่ายซี้…พวกกรูมันชะนีนี่นะ
ครั้งก่อนมีกลุ่มแอ๊บไปกิน ยายแกออกหน้าออกตามากเป็นพิเศษ
“เอ้า ส้มตำได้แล้วลูก..รับหน่อย”
“โต๊ะไม่พอวางแก้ว อ่ะนี่เก้าอี้ไว้วางแก้วน้ำนะ”
“สั่งอะไรเพิ่ม บอกได้น้า..”
…แมร่ง โคตรไม่แฟร์ พวกผู้ชายมานะ”ลูกอย่างงั้น ลูกอย่างงี้” พวกกรูก็จ่ายเงินเหมือนกันอ่ะ
ทำไมไม่ได้อภิสิทธิ์พิเศษบ้างว่ะ ช่ายซี้…ไพเออร์ริตี้มันต่างกัน
ทีพวกชะนีอย่างเรานะ…
“เอ้า ลาบไก่ได้แล้วววรับหน่อย//เสียงเข้ม”
“รับเร้ววว สั่งหลายอย่างขยิบที่วางด้วยยย”
แล้วเวลาแกคิดตังค์นะ อะไรเป็นอะไรก็ไม่รุ จานนี้40 นี่50 เล็ก5 ทั้งหมด410บาท”
คิดเลขไวมากอ่ะ ขอบอกๆเรายังคิดตามไม่ทัน ท้ายสุดก็ต้องจ่ายตามนั้น
เคยถามไปทีนึงว่าทำไมมันถึงเป็นราคานี้ แกตอบมาว่าไงรู้ป๊ะ แกตอบว่า
“นี่..จานกลม2 รวมนี่..จานรี5 เล็กลวกอีก5 เป็นเท่านี้ไม่ถูกเร๊อะไง??”

ยายจ๋า…สิทธิของผู้บริโภค ถามหน่อยไม่ได้ง๊ะ???
โครตเหง้าสักหลาดคงสอนมาแบบนี้…อายุปูนนี้แล้ว ไม้แก่ดัดยาก
…นี่(คิดเล่นๆนะ) วันไหนกรึ่มๆมานะท้าตบแม่งงงง

อ๊ะ…ต้องอยู่กันอีกนาน เว้นให้ร้านนึงระกัน
(ถ้าไม่เชื่อว่าเป็นแบบที่เราเล่ามาหล่ะก้อ เชิญได้..ถามคนแถวนั้นก็ได้ว่า”ร้านยำสยาม”
อยู่ไหน??)

งั้นงี้…พรุ่งนี้ไปให้แม่ค้าด่าซะหน่อย

It’s not your Fault!!

Posted in life, mind with tags , , , , on January 27, 2010 by inochi26

…เมื่อวันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง ซ้าย กับ ขวา
วันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง หยุด กับ เดินหน้า
วันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง ทำ กับ ไม่ทำ
วันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง เหตุผล กับ ความรู้สึก
วันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง เป็นผู้นำ หรือ ผู้ตาม
วันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง รัก หรือ เลิก
วันนึงที่เราต้อง”เลือก”ระหว่าง พูด กับ ไม่พูด

ด้วยส่วนผสมและองค์ประกอบหลายๆอย่าง ทั้งอารมณ์และความรู้สึกบวกเหตุผลต่างๆนานา
…ยาก มากๆ…กับการต้อง”เลือก”อะไรลักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและความรัก

อย่าโทษพรหมลิขิตเลย…หลายๆคนชอบโทษพรหมลิขิต เช่น
“ถ้าวันนั้นไม่ไปที่นั่นนะ ก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้” “ถ้าไม่ได้เจอกันวันนั้น คงไม่ต้องมานั่งเสียใจแบบนี้” เป็นต้น
….นี่คือผู้มองโลกในแง่ร้าย(อ้าว!! ชัวร์สิกรูโดนทิ้งนี่ยยย)

…และในทางกลับกัน ผู้มองโลกในแง่ดี(นี่ก็แน่น้อนน~!! กรูสมหวังและมีความสุข) เช่น
“วันนั้น ถ้าไม่ไปที่นั่นเราคงไม่ได้เจอกับคนเช่นเธอว์” “ถ้าไม่ได้เจอกันวันนั้น เราคงไม่มีวันนี้” เป็นต้น
โห่วววว อยากจะอ้วก
บางครั้งในการ”เลือก”และตัดสินใจไปแล้ว ผลที่ออกมามักไม่เป็นไปอย่างที่เรานึกคิดไว้
แต่ในเมื่อเลือกไปแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่มันออกมาโดยสดุดี รับมือกับมันให้ได้

มีเพลงที่ร้องว่า”พรหมลิขิดบันดาลพัดผ่าน ดลให้มาพบกันทันใด…”
คนสมัยก่อนต้องพี่งพรหมลิขิตกันเลย กว่าจะเจอกัน พอแยกกันก็ส่งจดหมายหากัน
กว่าจะได้เจอกันพูดคุยกันอีกครั้ง เขียนจดหายไปหลายฉบับ คนสมัยก่อนเลยมีความรักที่มั่นคงจริงจัง

ว่าไปสงสารคนสมัยก่อนแนอะ…….พรหมลิขิต ไม่ติดจรวด

อ๊ะ!!! หรือว่าจะเถียง
สมัยนี้ พรหมลิขิต ติดจรวดกันแล้วววว ไม่ใช่สิ พรหมลิขิตมาตามอากาศ(wi-fi) ฮ่าๆๆ
คุยอยู่กับคนนี้ เบื่อแล้ว ยังมีลิสท์อยู่ในโทรศัพท์มือถือ ในเฟสบุค ในเอ็มเอสเอ็น อีกเพียบบบ
อยากส่งข้อความว่าอยากเจอก็เพียงแค่กด “sent” แค่นี่ยยย
ไม่ต้องรอบุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมาย
กด”sent” ปุ๊บ ได้รับปั๊บ บางประเภทขี้เกียจก็พิมพ์ไว้แล้วกด”sent”ทีเดียวหลายๆคน
เห็นมะ พรหมลิขิตมาเร็วจริงๆ

มันเลยทำให้คนสมัยนี้รักๆเลิกๆกันบ่อย มาเร็วไปเร็ว ว่างั้น(เหมือนโฆษณาประกันอะไรซักอย่าง)
ไม่มีความจริงใจสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่า..เดี๋ยวก็มีเข้ามาอีก

เรากำลังจะบอกว่า ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหน แบบไหน อย่างไร มันก็คือ พรหมลิขิต อยู่อย่างวันยันค่ำ

ส่วนตัว..เราขอบคุณพรหมลิขิตที่ทำให้เรามาเจอกับใครหลายๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนรัก
คนที่เคยรัก เพื่อน คนรอบตัว คนที่ขึ้นBTSด้วยกันทุกวัน วินมอเตอร์ไซค์ แมวจรจัดข้างบ้าน ฯลฯ
ขอบคุณที่ให้เราได้เรียนรู้ รับทราบ ซึมรับ แลกเปลี่ยนความเป็นตัวตนของแต่ละคนและมุมมองใหม่ๆ
ขอบคุณพรหมลิขิต ที่ให้ได้เจอทั้งคนที่ดีและคนที่ไม่ดี เพื่อเราจะได้เข้มแข็งขึ้น
ขอบคุณพรหมลิขิต ที่ทำให้เราร้องไห้กับความรัก มิตรภาพ ความสัมพันธ์ เพื่อชีวิตนี้จะไม่จืดชืด
และ ขอบคุณพรหมลิขิต(ล่วงหน้า) สำหรับวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป

It’s not Your FAULT….Destiny….

Emotionally Yours, BY Akaramunee Wannaprapai

Posted in life, mind with tags , , , , , on January 19, 2010 by inochi26

ชีวิต… เป็นอย่างที่มันเป็น
เอาเข้าจริง ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ
รัก หลง โกรธ เกลียด โหยหา ร้าวราน เปล่าเปลี่ยว
คนเดียวท้ายสุดเสมอ มีตรงไหนไม่เคยผ่าน?
หยุดได้ ละได้ ตัดได้ ไม่ไหว ไม่ใช่ ก็วางลง
ก็น่าจะจบได้แค่นั้น ง่าย ง่าย … แต่ …
รู้ทุกอย่างไม่ได้แปลว่าทำตามได้ทุกข้อเสมอไป
หรือบางทีแค่เข้าใจผิดว่า … รู้ …
หรือกระทั่ง … ยังไม่ถึงเวลา …

เราแสวงหาอะไรใน ‘ความมีกันและกัน’
ความเป็นเพื่อน? คนเข้าใจ? ความอบอุ่น?
ความรัก? หรือแค่เพื่อดับความโดดเดี่ยว?
เวลา โอกาส ช่องว่าง จังหวะ ความใกล้
ความชอบ อารมณ์ หรือกระทั่งโชคชะตา
คือแรงผลักดันให้เกาะเกี่ยว สับสนติดตามมา
เมื่อพบว่า คนสองคนอาจกำลังมองหาคนละสิ่งกัน
ไม่นับว่าใครแบกอะไรรุงรังจากอดีตติดตัวมา
หรือใครวาดแผนผังแบบไหนกำกับชีวิตปัจจุบัน-อนาคต

แลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก เอาความจริงออกมาวาง
คือทางออก เชื่อกันอย่างนั้น แต่เทออกมาได้หมดจดกันจริงไหม
ความไม่อยากทำร้ายใคร…อนุญาตให้เราพูดความจริงได้ครึ่งเดียว
ความกลัวความเจ็บปวด..สั่งให้หลีกเลี่ยงคำถามที่อาจได้รับความจริง
จึงยังเวียนว่ายอยู่ในความไม่รู้ คาดเดา คาดคิด ผิดเรื่องผิดประเด็น
สุขก็ไม่เต็ม ทุกข์ก็ไม่ถึง คล้ายดิ่งลงทั้งๆ ที่เหมือนกำลังขึ้น
เหมือนจะเห็นแต่ไม่เห็น เหมือนไม่เห็นแต่รับรู้ได้ถึงมวลมืดหนักอึ้ง
มวลแห่งความจริง … แฝงในทุกซุ่มเสียงความคิดในใจ
ในระหว่างแววตา อากัปกิริยา หรือแม้แต่ในบางอ้อมกอด …..
เรามักไม่รู้ สิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา บางทีทำร้ายกันได้สาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่า
กว่าจะรู้ตัวอีกที โดนเข้าไปแล้วเต็มตัว ร้าวกันไปแล้วทั้งใจ

เรื่องบางเรื่องของชีวิตจริงไม่ต่างกับเรื่องเขียน
บางทีเริ่มเลย อย่างไม่่คิด ไม่สนใจ ว่าจะไปทางไหน จบแบบไหน
บางทีแลเห็นตอนจบแต่แรก แต่ไม่จบตามนั้นก็มีบ่อยไป

อย่าไปคิดอะไรมาก ปล่อยมันโลดแล่นไปตามวิถี
อ่อนไหว ไหลดิ่งไปกับอารมณ์ในบางหนเพราะยังเป็นคน
ได้แต่เตือนตัวซ้ำ เรายังเป็นมนุษย์อ่อนแอที่จำเป็นต้องเข้มแข็ง
ในวันมืด อย่าเขวี้ยงทิ้งคบไฟที่ถือมา
เชื่อมั่น ศรัทธา ความรักมีจริง

More Power to Love!

Emotionally Yours,

Believing in light at the end of the tunnel.

crying out lound

Posted in mind with tags , , , , , on January 10, 2010 by inochi26

เวลาอยู่กับตัวเองมากๆ มากกเกินไป
ความเหงามักจะมาครอบครองพื้นที่ทั้งหมดไป
ทั้งๆที่เรารับมือกับมันได้ แต่เพียงบางครั้ง…เท่านั้น

ไม่รู้สิ…
เราชอบอยู่กับตัวเอง…ฟังเสียงหัวใจเต้น
มีspaceของตัวเอง และแน่นอนจนถึงวันนี้ ไม่เคยมีใครเคยก้าวข้ามborder lineที่เราตั้งไว้สักคน

เพราะอะไร?
มันมีเหตุผล อาจเป็นเหตุผลของตัวเราก็ได้…
เราคิดว่า…
คนเราเกิดมาก็เกิดมาตัวคนเดียว
ตาย…ก็ตายตัวคนเดียว
ฉะนั้น…
คนที่รู้ดีที่สุดว่าต้องการอะไร ต้องทำอะไร คือ ตัวเราเองทั้งนั้น
เราไม่เคยพล่ามอะไรมากมายกับคนรอบตัว และมันก็มีเหตุผล
เพราะ…คนที่เราคุยด้วยอยู่นั้น ไม่มีทางรู้ว่าเราเจออะไรมาบ้าง ไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกันกับเราณ.เวลานั้น
เค้าเพียงแค่รับฟัง…ออกความคิดเห็นบ้าง
แต่ในที่สุด การตัดสินใจทั้งหลายทั้งแหล่ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง
ไม่จำเป็นจริงๆ เราจะไม่คุยให้คนอื่นฟัง…คนที่รับฟังเรา เค้าก็มีปัญหาที่เค้าต้องแก้อยู่แล้ว
ไม่ควรไปเพิ่มภาระให้คนอื่น
ใช่ๆแม้ว่าสักวันนึงเราต้องแชร์ชีวิตของเรากับใครสักคน
แต่…ท้ายที่สุด “ตนต้องเป็นที่เพิ่งแห่งตน”

ชัวร์!!!คนเราต้องย่อมหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองเสมอ
แต่ถ้ามัวแต่keep findingก็ไม่เจอสิ่งที่ดีที่สุด นอกจาก…หยุด…แล้วถามว่าตัวเองต้องการอะไร

อย่าโทษตัวเองให้มากไปในการตัดสินใจทำอะไรลงไป
เสียใจ,ผิดหวังเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเคย อย่าเรียกร้องหาอดีตที่มันไม่กลับมา
นอกจากทำปัจจุบันและปรุงแต่งอนาคตที่ยังมาไม่ถึงให้มันดีกว่าอดีต
เมื่อนั้น อดีต ก็จะเป็นอะไรที่เราอมยิ้มไปกับมัน หัวเราะกับสิงที่ทำไป ร้องไห้กับสิ่งที่เคยทำ

อย่างว่าอีกแหละ “มนุษย์”ก็คือ”สัตว์”
รัก โลภ โกรธ หลง เป็นเรื่องที่ทุกคนมี,เป็นและไม่มีใครเถียงได้
ณ.เวลานึงที่ความรู้สึกเราdownหรือfailกับอะไรสักอย่าง เหมือนรอบตัวจับต้องอะไรไม่ได้เลย
“ความเหงา”มักจะมาแทนที่

เมื่อใดที่มี”ความเหงา”เมื่อนั้น…”น้ำตา”มันก็จะมา
ไม่ปฎิเสธค่ะว่าบ่อยครั้ง…ร้องไห้กับตัวเอง
บ่อยครั้ง…ร้องไห้กับอะไรก็ไม่รู้ที่ขมวดอยู่ในใจ
บ่อยครั้ง…ร้องไห้กับสิ่งซึ่งยังมาไม่ถึง ระแวงไปก่อน
บ่อยครั้ง…ร้องไห้กับอดีตที่ผ่านมา และแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
บ่อยครั้ง…ร้องไห้กับสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้ว และแก้ไขอะไรไม่ได้อีกเช่นกัน

น้ำตา…ช่วยระบายทุกสิ่งที่อัดอั้น ทับทม กองอยู่ข้างในออกมา

อยากร้องก็ร้อง อย่าเห็นว่า”น้ำตา”เป็นสิ่งที่สื่อถึงความอ่อนแอเลย

Ohh Boy…

Posted in life, mind with tags , , , , on December 31, 2009 by inochi26

 

วันนั้นเราได้มีโอกาสคุยกับน้องผู้ชายคนนึงอายุ24ปีทำงานอยู่แถวๆสีลม  เอิ่ม…เกย์ทาวน์ อ่ะนะ

ถ้าคุณๆเคยไปแวะเวียนแถวๆนั้น  หรือแอบมองเข้าไปร้าน

ก็จะเห็นเด็กผู้ชายใส่กางเกงในสีขาว   ยืนกันเป็นตับ  รูปร่างหน้าตาก็แตกต่างกันออกไป

น้องเค้าต้องทำงาน6วันต่ออาทิตย์

ตั้งแต่2ทุ่มถึงตี2แบบนี้ทุกวัน  หยุดวันเดียวคือวันจันทร์

ตอนทำงานคือ….

ยืนโพสท์  เน้นนน นะคะว่า “ยืน”  ขยับท่าทางได้บ้าง…แค่นั้น

ยืนโปรโมทตัวเอง   เพื่อ…

ถ้าแขกเรียกออกไปจะได้ไม่ต้องทรมาน”ยืน”  และแน่นอน  เลือกแขกไม่ได้

จะปั่นของตัวเองให้แข็ง….ก้อแล้วแต่สามารถ

ในหนังสือmaximหรือนิตยสารสำหรับเกย์ทั้งหลายทั้งแหล่ ที่พวกคุณๆอ่านกันอยู่

ผู้ชายที่อยู่ในหนังสือนั่นหน่ะ คือ น้องๆที่อยู่ละแวกเกย์ทาวน์แหละค่ะ

ตอนนี้เค้าก็มีประกวดเกย์กัน  น้องคนนี้ก็ได้ป๊อปปูลาร์โหวต  แต่ไม่ได้ได้มาด้วยหน้าตาหรืออะไร

เค้ามีสังกัดของเค้า   แต่ละสังกัดก็จะมีเด็กอยู่ หมุนเวียนให้เด็กในสังกัดประกวดที่นั่นที่นี่

สังกัดที่ว่า ก็มีแบ่งเป็นสองพวก  คือ  พวกคัดหน้าตา  กับ  คัดหุ่น

ที่บอกข้างบนว่าป๊อปปูลาร์โหวต คือ  แบบหุ่นสวย

ส่วนพวกที่หน้าตาดีก็จะได้รางวัล  วินเนอร์

สำหรับค่าตัวนั้นไม่ต้องพูดถีง…ครึ่ง ต่อ ครึ่ง 

สมมติว่างานนี้ค่าตัว1,800บาท น้องเค้าได้ประมาณ800-1,000บาท นอกนั้นเป็นค่าหัว

แล้วไม่หมดแค่นั้น  ต้องดูแล”หุ่น” ตัวเองอีกตะหาก

กินข้าวมื้อเดียว…มื้อเช้า

หลังจากนั้นเป็นน้ำหรือผลไม้  จะกินน้ำอย่างอื่นต้องเป็นแบบโลว์ชูการ์เท่านั้น

(กินมื้อเดียวเหมือนพระเลย  แต่ลำบากกว่าเยอะ)

ด้วยความอยากรู้ เราถามน้องเค้าว่า ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้…

น้องเค้าตอบว่า  “ตอนนั้นตกงาน เห็นงานนี้เงินดี ตัวเองก็ไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อะไร

นี่ทำงานที่นี่มาเกือบสองปีแระ….ชอบ”

เราก็ถามต่ออีกว่า   นี่คือชอบผู้ชายหรือผู้หญิง…หรือทั้งสองอย่าง?

“ผมเป็นเกย์”ครับ 

โอเค้ดีค่ะ ชอบที่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรและต้องการอะไร ชัดเจนดี

น้องเค้ายังบอกอีกว่า   ตอนนี้ผู้หญิงก็เข้าไปเที่ยวเยอออะ

อ๊อฟออกไปแค่นั่งกินข้าวเป็นเพื่อนไม่มีอะไรมากกว่านั้น….

อย่างว่าอะนะ  สมัยนี้ผู้หญิงหาเงินได้เอง บางคนเก่งกว่าผู้ชายซะอีก

แล้วจะเอาผู้ชายมาทำไม  แค่เรื่องของตัวเองยังต้องแก้ปัญหา  มีผู้ชายเข้ามาอีก โอยยย…อยู่คนเดียวดีก่า

หาเงินมาได้ก็ใช้เอง  ไม่ต้องไปแชร์กะใคร

ก็อีกแหละ…ดูสิ   ดูสังคมตอนนี้สิว่ามันเลวร้ายขนาดไหน

ผู้หญิง ผู้ชายขายตัว….เราไม่ได้ว่าพวกเค้านะเพราะมันคืออาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง คนต้องกินต้องเที่ยว

อย่างเราไปขายตัวนะ คงไม่มีใครอ๊อฟออกไปหรอก…ปากอย่างกะตะไกร  กัด…แดกใครเค้าไปเรื่อย

ถ้าเอาตะกร้อครอบปากได้คงครอบไปละ(อูยยย…ไม่ใช่หมานะยะ)

นี่…แล้วสมัยนี้  ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ก็หายากกกโครต

เดินๆแถวสกายวอลก์  ผู้ชายสิบคนเดินผ่าน  เป็นเกย์,กะเทยไปซะครึ่ง

….แมร่งจะเหลืออะไรให้กรูแดกเล่า

ตัวขมุกขมัว

Posted in mind with tags , , , , , , , , , on December 22, 2009 by inochi26

วันที่ขมุกขมัว   ทั้งเรื่องจิตใจ  ทั้งสติสัมปชัญ  และหลายๆเรื่อง

ทำไมนะ….ทำไมมันต้องเป็นวันนี้นะ  ทำไม…ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องมารุมมาตุ้มวันนี้

อะไรกันนักกันหนานะ ฯลฯ

เคยเป็นกันบ้างไหมคะ?     อารมณ์วันที่ตัวเอง….”ดราม่า”(โครตๆๆ)

จะออกไปเซเว่นปากซอยยัง…….ขี้เกียจ

คลานไปเปิดตู้เย็น หาไรกินซะหน่อย…ไม่กินละ(ซะงั้น)

โทรหาเพื่อน ติดมั่งไม่ติดมั่ง

ไม่ติดก็ด่ามัน…..(แมร่ง.ทีคุณมรึงมีปัญหากรูก็อยู่รับสายมรึง)

พอติดก็คุยสองสามคำ…..แค่ได้ยินเสียงมรึงกรูก็พอใจ ไปละ  บายมรึง(ไรหว่า??)

เออ…ออกไปช็อปปิ้ง เจอผู้คนมันก็ดีเหมือนกัน  อาบน้ำ แต่งตัวเรียบร้อยละ

ไม่ไปดีกว่า….ขีเกียจเจอคนเยอะ………….เอ้อ

(งั้นก็ตายอยู่นี่ละกัน) ด่าตัวเองไปหลายที่เหมือนกันที่…….ดราม่า……..

อารมณ์ขมุกขมัวแบบนี้…ลางานวันทร์ค่ะ  จะบอกว่าปวดท้อง ขี้แดก หรือ ปวดแดก ท้องขี้

แล้วแต่ความวอกของแต่ละท่านจะประทาน  ของเราไม่ไกลไปจากตรงนี้เท่าไหร่

เราไป”ทะเล”ค่ะ

ใกล้ที่สุดก็คงเป็นพัทยาสินะ  ไปอีกนิด….เกาะล้านละค่ะ

น้ำทะเลใส โครต โครต  แต่ตอนนี้อะไรมันก็พัฒนาไม่เหมือนแต่ก่อน

จากไม่มีท่าเรือ…ก็มี  จากไม่มีเกสเฮาส์…ก็มี  จากไม่เคยมีเซเว่น…ก็มี

ไปช่วงโลว์ซีซั่นนะ เยี่ยม  กลางวันก็มีนักท่องเที่ยวมาเช้าเย็นกลับ

แต่ตอนเย็นนี่สิคะ ตอนสักหกโมงเย็นนะ พระอาทิตย์กะลังจะตกไม่มีนักท่องเที่ยว

มันเป็นอะไรที่…บรรยายไม่ถูก……..ที่สุดของแจ้ค่ะ

กลางคืนมีแค่เสียงคลื่น….ดาว…สายลม   แค่นั้นจริงๆ

บรรยากาศดีมากกก เราเรอะ เหอะ เหอะ  ดวดว้อดก้ากะพระจันทร์

หื้มมม….ไม่ได้เร๊อะ

จิตสงบสุดยอดดดๆๆๆ ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้น(พร้อมกับว้อดก้าในมือ)

มันได้บำบัดตัวเองไปในตัว….

….ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ฟังมันว่ามันต้องการอะไร

….โดยไม่ต้องมีเสียงรถ คนข้างห้อง,ข้างบ้าน เสียงโทรศัพท์(ปิดให้หมด)

….เสียงคลื่นเพียวๆ กับว้อดก้าเพียวๆ

….บางคนติดไอพอด  วางมันลงให้ดีไม่ต้องพกมา

….อยู่เงียบๆแบบนี้แหละ แล้วคำตอบที่คุณหาอยู่  “ตัวขมุกขมัว”  จะออกมา

สติมาปัญญาเกิด

เพราะอะไรรู้ไหม๊คะว่าทำไมเราชอบทะเล

เพราะคลื่นที่พัดเข้ามากระทบฝั่งแต่ละครั้งหน่ะ….เท่ากับจำนวนครั้งของหัวใจที่เต้นอยู่

เพราะ…มันเหมือนมีใครมาฟังเราอยู่ข้างๆ มาลูบหัวใจเราว่าใจเย็นๆนะค่อยๆคิด

เพราะธรรมชาติบำบัดแบบนี้แหละ

เพราะตอนนี้ตัวขมุกขมัวมาเกาะเรา   อยากไปทะเลมากกกกกก

แมนไม่พอ

Posted in life, mind with tags , , , , , , , , , , on December 17, 2009 by inochi26

End of Season / End of Reason

ปลายปีอย่างนี้ต้อง End of Season Saleสินะ

ลดทั้งห้าง  ทุกเฟอร์ 20-80%อย่างนู้น อย่างนี้  โหยย…เอาจริงๆมันก็แค่20%เท่านั้นแหละ

อี80%นะมีอยู่แหมะนึงตรงซอก  ดันแขวนไว้ราวเดียวอีกตะหาก

แล้วถามหน่อยเหอะไอ้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นั่นหน่ะ มมปญ(ไม่มีปัญญา)ซื้อ

รองเท้าคู่นึงเป็นหมื่น ลดแล้ว…ยังเสือก…เป็นหมื่น

….อย่างนี้จะเหลือเร้อ  ดันอยากได้ซะนี่   ต้องยืมเงินในอนาคตมาใช้

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา  พอเงินเดือนออกก็…..ค่อยคืนเค้าปายยย

อย่างว่าอ่ะนะ…คนเรามันต้องเป็นหนี้บ้าง  อะไรบ้าง…

…..ชีวิตมันจะได้มีสีสัน

End of Reason

มันก็บอกอยู่โต้งๆแล้วว่า”เหตุผลสุดท้าย”

เหตุผลสุดท้ายของทุกเรื่องคือ…ความอยาก 

เช่นเดียวกับซื้อของเวลาเซลล์…อยากได้  อยากมี  อยากเป็น อยากครอบครอง

ว่ากันไป….

ไม่เข้าใครออกใครค่ะ…ความอยาก

มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมือกับมันยังไง

เรายังอายุยี่สิบปลายๆแต่เจอะเจอผู้ชายหลากหลายรูปแบบ

ไม่ใช่ว่าเราง่ายนะ  แต่  เราขอเจอก่อน คุยกัน แล้วค่อยว่ากันอีกที

มีค่ะ…มี  มีมาขอนอนด้วยหน้าด้านๆก็ยังเคยเจอมาแล้ว

“เหตุผล”สุดท้าย  และท้ายสุด  ที่ติดต่อกัน อีเมล์กัน  skypeคุยกัน

ก็คือ….เซ็กส์  

 

ทำไมเหรอ?? เราเป็นเพื่อนกันธรรมดา  คุยกัน  กินข้าวด้วยกันไม่ได้เหรอ??

ทำไมต้องคิดแต่เรื่องอย่างว่านะ??

เคยค่ะ…ไม่ใช่ว่าไม่เคยกับการรับมือกับ…ความอยาก 

เมาด้วย  อะไรด้วย   ตอนนั้น…อารมณ์มัน……พาไป….

เหมือนที่เราเคยเขียนไว้ว่ามันคือphysical need

วกกลับมาเรื่อง”เหตุผล”กันต่อ

“เหตุผล”ที่คู่ขาของคุณ(เราขอใช้คำนี้นะ ส่วนตัวไม่ชอบคำว่า”กิ๊ก”)

ยังเก็บคุณไว้  เพราะ รู้ว่าคุณยังนี้ดดดดเค้า  ยังต้องการเค้า

เก็บไว้เป็นสแปร์ไงคะ  keep contactคุณไว้…..เผื่อ อะไรก็ตามแต่….

เลวละค่ะ เลว   ขอบอก   รีบตัดมันคนนั้นออกจากสาระบบได้เลย

โถ โถ โถ โถคุณขา…สมัยนี้เซ็กส์ทอยหาได้เกลื่อนเมือง

หาที่ไหนไม่ได้เขียนมาถามเราได้….จัดให้

เห็นคุณค่ากะมันหน่อย  ใช้ซี้….

โอเค้ ถึงแม้ว่าอารมณ์มันจะไม่เหมือนของจริงก็ตาม

“โลกสวยด้วยมือเรา”

อาจจะไม่ค่อยเข้าใจกับสิ่งที่เราเขียนไป….ทั้งนี้ทั้งนั้นประเด็นคือ

เราต้องคิด”แบบผู้ชาย”ค่ะ

แบบไหนหล่ะ?????

ผู้ชายเค้ามักจะคิดแค่ว่าใน24ชั่วโมง  กรูจะทำอะไร…แค่นั้น….

อย่างว่าผู้หญิงมักจะคิดไปก่อน  วันนี้จะทำอะไร หนึ่ง สอง สาม สี่

แพลนไปภายภาคหน้า  ตอนแก่เราจะเป็นไงน้า….ใครจะไปรู้

เดินข้ามถนนอยู่รถอาจชนตายก็ได้….ใครจะไปรู้

พรุ่งนี้โลกอาจระเบิดตอนอึ๊อยู่ก็ได้…..ใครจะไปรู้

(ศพคงทุเรศน่าดู)

อย่าstep forward  อย่าคิดให้มากไป

คิด….แค่ว่า วันนี้เราจะทำอะไรก็พอ

เค้าให้คุณร้อย……คุณก็ให้เค้าร้อย

เค้าให้คุณยี่สิบ…..คุณก็ให้ยี่สิบ

ให้เท่าไหร่….ตอบไปเท่านั้น

แมนไว้ค่ะ

เปลือก

Posted in life, mind with tags , , , , , , , , , on December 15, 2009 by inochi26

 

ไม่ว่าจะอะไรในโลก  ย่อมมี…เปลือก

โลก          ยังมีต้องชั้นบรรยากาศเป็น….เปลือก

ผลไม้       ยังต้องมี….เปลือก   ใครคงไม่โง่กินน้อยหน่าทั้งเปลือกหรอกนะเราว่า

หนังสือ    ยังต้องมีbook coverเป็น….เปลือก

มนุษย์      ยังต้องมีผิวหนังเป็น….เปลือก

คอนด้อม  ยังต้องมีซองเป็น….เปลือก

เชื่อเราสิว่าผู้หญิงเหล็ก  ผู้หญิงแกร่งหรือWorking womanทั้งหลายทั้งแหล่

ข้างในโครตจะหญิง อยู่ที่บ้านเป็นเหมียวง่าว  พอต้องออกไปเจอะเจอผู้คนปุ๊บ  
อ้าว…ที่แมร่งเพิ่งลุกออกจากเตียงเมื่อกี้  ใครกันหว่า??

คนเรามันมีสองด้าน  ด้านสว่างและด้านมืด

พอออกเจอสังคมต้องทำให้ตัวเองแกร่ง  ไม่ให้ใครดูถูกว่ากรูโง่  กรูต้องดูสวย  ต้องดูฉลาด

ผู้หญิงบางคนยอมเจ็บตัวทำศัลยกรรม ทำจมูก ทำคาง ทำนม นู้นนนี่นั่น  เพื่ออะไร

ไม่เคารพในสิ่งที่พ่อแม่ให้มาหรืออย่างไร?? โบ๊ะกันเข้าไปหน้านั่นนะ จะถูกจะแพงไม่ว่า

….กรูขอสวยไว้ก่อนแต่ข้างใน  คุณมรึงรู้เหี้ยไรบ้างเนี่ยะ

คนแบบนี้เราไม่ขอคบ

แต่ทว่า….เราขอเลือกฉลาดในแบบโง่ๆละกัน  ทำไมอ่าาาา

บางคนมีแต่เปลือก  โง่แล้วยังเสือกป่าวประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่ากรู….ฉลาด เริ่ด

คนฉลาดมักแสดงออกว่า….กรูโง่  ไม่จำเป็นต้องให้ใครรับรู้นี่ ไม่มีค่าพอที่จะรับรู้

เราไม่กระแดะว่าชั้นฉลาดหรอกนะ อันไหนไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้  ก็คนเราไม่ได้ฉลาดมาตั้งแต่เกิดนี่

เรื่องบางเรื่องคนอื่นรู้ เราไม่รู้ก็แชร์กันไป  อย่าเก็บความฉลาดแบบโง่ๆไว้กับตัว

ผู้ชายมันก็มีอีโก้  ซึ่งมากกว่าผู้หญิงแบบเราๆเยอะ เยอะมาก มากแบบที่ผู้หญิงฉลาดๆแบบเราคาดไม่ถึง

ปล่อยมันแสดงออกมา  ปรบมือให้กับมัน โถๆๆๆไอ้ที่คุณพูดมานั่นหน่ะเรารู้แล้ว….ปล่อยมันค่ะ ปล่อยมัน

ไหนๆก็ไหนๆละ

ไอ้ผู้ชายหน้าไหนที่มาบอกคุณๆผู้หญิงตอนที่คุณเมนส์มาว่า”เราอยู่กับเธอ แล้วสบายใจ แค่อยู่ใกล้ๆก็พอ”

เราต่อให้เลยจากวันที่เค้าพูดกะคุณแม็กซ์สุดสามเดือน หายหัวเชี่ยไปไหนมะรุ พุธโธ่ พุธถัง คนมันกะลังอยากได้อ่ะนะ อะไรกรูก็ยอมมมม  ซื้อใจหน่อย….แหม ช่างน่าร้ากกกซะ อย่างนี้จะไม่ให้ชอบได้อย่างไรกัน

วันเวลาเปลี่ยนไป  ใจคนก็เปลี่ยนตาม

จากเคยคุยกันวันละสองสามหน  เมจเสจมาวันละสองสามครั้งก็หดสั้นลง เหลือคุยกันวันะสองสามนาที

“ทำงานอยู่….เด๋วโทรกลับ หรือไม่ก็  ยุ่งมาก ไว้หาเวลาเจอกันนะ” ประมาณนี้

โธ่ถัง  กะละมัง ถังก๊วย  แล้วคุณมรึงคิดว่ากรูไม่ทำงานหรือไงจร๊ะ???  พูดมาด้ายยย

ไม่ขี้ ไม่เยี่ยวกันหรืออย่างไร??

อ่ะเราไม่ว่ากัน  ยกผลประโยชน์ให้จำเลยในกรณีที่ยุ่งสัด…วันนึงมีเวลาไปเข้าห้องน้ำแค่สามนาที

เวลาไปสูบบุหรี่แมร่งยังไม่มีเลย  อั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ ปลดทุกข์แล้วต้องกลับมาทำงานต่อ

เพราะเราก็เคยเป็น…เข้าใจสถาณการณ์

แต่อย่า…อย่ามาอ้างเอางานมาบังหน้า  อะไรงี่เง่า งี่เง่า แบบนี้ ใช้ไม่ด้ายยยย

ผู้หญิงมันมีเส้นส์….อย่าเอาเปลือกอะไรต่อมิอะไรมาบังหน้าเลย

nothing・something・everything

Posted in verse with tags , , , , , , on December 10, 2009 by inochi26

 

To  Love  is NOTHING…to  be Loved  is  SOMETHING.

To  Love  and  be  Loved  is  EVERYTHING!!!

การได้รักเป็นเรื่องปะจิ๋ว     การถูกรักเป็น”บางอย่าง”

ส่วนการได้รัก และ ถูกรัก เป็นทุกอย่าง

Friendship and Sex

Posted in verse with tags , , , , , , , , on December 1, 2009 by inochi26

 

Friendship is Love MINUS SEX and PLUS REASON.

Love is Friendship PLUS SEX and MINUS REASON.

 

 

มิตรภาพ คิอ ความรัก ลบด้วย เซ็กส์ แลบวกเหตุผลเพิ่มเข้าไป

ส่วน รัก คือ มิตรภาพ บวกด้วยเซ็กส์ และลบเอาเหตุผออก