สัตว์โลกที่ใกล้จะสูญพันธุ์

Posted in life, mind with tags , , , , , , , , , , , , , , , , , , on November 14, 2011 by inochi26

อันดับที่ 9  หมีขั้วโลก

อันดับที่ 8  หมีแพนด้า

อันดับที่ 7  ช้างแคระบอร์เนียว

อันดับที่ 6  เฟอร์เรตตีนดำ

อันดับที่ 5  วาฬไรท์แปซิฟิกเหนือ

อันดับที่ 4  เสือโคร่งสุมาตรา

อันดับที่ 3  กอริลลาครอสริเวอร์

อันดับที่ 2  โลมาวากิตา

อันดับที่ 1  แรดชวา

โอยยยย
ช่างแม่งเหอะ….ช่างเรื่องสัตว์ป่าเหอะ เอาสัตว์ที่ใกล้ตัวดีกว่า

ที่ติดอันดับใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็น
“มนุษย์ผู้ชาย”ตะหาก!!!!

คุณผู้ชายทั้งหลาย
คุณควรจะ”ภูมิใจ”ในความเป็นชายนะคะเพราะอ้างอิงจาก

Journalหลายฉบับกล่าวว่า

“ผู้ชาย…แต่ก่อนมีปริมาณพอๆกับผู้หญิงคือ 50 – 50
จะจีบสาวใดต้องแย่งชิงกับผู้ชายอีก49ชีวิต”

“ปัจจุบัน”

45 – 55 คือ ผู้ชาย 45 คนกับผู้หญิง 55 คน

กลายเป็นหญิงต้องตบตีแย่งชิง…ให้ได้มาซึ่ง“ชาย”

เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน
เด็กม.ต้นตบกับเด็กม.ปลาย

เพื่อแย่งชิงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า“ผู้ชาย”

….ถึงขนาดตบแย่งผู้ชายอิเด็กน้อยเอ๊ยยยยย!!!
นมเพิ่งแตกเมนส์เพิ่งมาพวกเมิงก็ตบแย่งผู้ชายกันซะแร้ว

พัฒนาเขยิบเป็นไปตามความรู้ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ

ผู้หญิงวัย 20-30 เป็นต้น
มีการใช้คุณไสย ว่านมหาเสน่ห์ เหี้ยห่าไรไม่รู้

รู้แค่ว่า….
“กูจะเอา และกูต้องได้” ใช้เงิน-ทองเท่าไหร่ไม่สน

กูสนแต่ “กะปู๋”

….. เวรและกรรมของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า“มนุษย์”
…… เออ   ช่างแม่งพวกมึงเหอะ!!!

“อนาคต”

40 – 60 คือ ผู้ชาย 40 คนกับผู้หญิง 60 คน

นี่ยังไม่นับรวม40 เปอร์เซ็นต์ที่ว่า…..
เป็นเกย์ไป 20 ส่วน…..

อีก 10 ส่วน….เป็น”เหยื่อ”ของเกย์ที่กล่าวมา

….ยังไม่นับ เป็นพระ เป็นเก้งกวาง เป็นขันที

โอ้วววววว….แล้วจะเหลืออะไรให้ฉ้านรับประทานหล่ะค๊ะ(ฮา)

แล้วจะไปฟีเจอร์ริ่งกะใคร?หื้มมมมมมม????

สรุป…. “ผู้ชายคือของที่มีจำกัดในโลก”🙂

Song : Loves….Don’t come easy to me

Posted in life, mind, music with tags , , , , , , , , , on October 4, 2011 by inochi26

Melody : Acoustic version by SAKUNA

Origin : Words don’t come easy to me by TOMMY JAMES

Author : inochi

Loves…don’t come easy to me

Passed by rapidly without sign, no clue

Loves don’t come easy

Words…don’t come easy to me

Please don’t come close to me…right here, right now

Words don’t come easy

Sitting on seashore….alone

Sitting by??? what i can do more

In my heart keep crying and calling your name.

Let me heal your heart up…and…you can feel my love that’s true…cos’

Loves…don’t come easy to me

I can not find the way to make you see…my feelin’

Loves don’t come easy to me.

Or this is the test of God,

Or i should go back where i’ve came from??

If you’ve got my message, i’ve sent you

that I…that I…told I love you,,,,,baby

Please reply me if you feel that too….cos’

Loves…don’t come easy to me

Passed by rapidly without sign, no clue

Loves don’t come easy

Loves don’t come easy…….Loves don’t come easy

Ps. This song is my first song in my
life, written through my experience.

สันดานผู้ชาย2

Posted in mind with tags , , , , , , , , , , , , , , on September 19, 2011 by inochi26

สันดานผู้ชาย2…เริ่มต้นจากที่เราได้เจอะเจอผู้ชายหลายประเภท

ทั้งเพื่อน และ มากกว่าเพื่อนแต่เพื่อนซะมากกว่า(ฮา)

บอกก่อนว่า เรามองพวกเค้าในมุมมองของเราเท่านั้น!!

ผู้ชาย….แม่งงงก็สันดานผู้ชาย อยู่วันยังค่ำ

ไม่มีทางเปลี่ยนสปีชี่ส์ไปได้

ว่ากันว่า “ผู้ชายก็เหมือนหมา”

เลี้ยงให้เป็น เมื่อไหร่ควรให้ข้าวก็ให้

เลี้ยงให้รักเจ้าของ

เล่นกับมันบ้าง

พอเราเล่นกับมันบ่อยๆ มันจะเริ่ดๆเชิดๆ

พอเราห่างๆมัน เดี๋ยวมันก็วิ่งกลับมาหาเราเอง!

…หนึ่งอย่าง!!
ระวังมันกัดเอาโดยไม่รู้ตัว

…อีกอย่าง!! มันเชื่องยากส์ (ฮา)

ผู้ชายเหรอ?? พอมัน(ขอใช้สรรพนามนี้)

“รัก”มันก็รักนะ
รักหัวปักหัวปำเชียวแหละ

แต่พอมันจะ”ทิ้ง”นี่สิห์

เหี้ยห่า อะไรมันก็ไม่เอา

เซ็กส์…ยังไม่ต้องการ เกิดอาการ”ไม่อยาก”ขึ้นมาซะงั้น

คุณผู้หญิงสังเกตได้เลยว่า….

นี่คือ….สัญญาณแรก

สัญญาณที่2….ชวนไปไหน  แม่งงงงง ไม่ไป

ชวนดูหนัง แดกข้าว ไปเที่ยวกับเพื่อน

อ้าง….ยันนนนนน

กลับบ้านไปหาแม่บ้างหล่ะ!

งานเยอะสัดบ้างหล่ะ!

เยดดดเป็ด…ตะก่อนตอนที่มรึงยุ่งคุณมรึงก็ยังมาเจอกรูได้

ช่างแม่งงงง ฮะพี่น้อง!!!

ณ บัดนาว พูดได้คำเดียวว่า

“เรื่องของเมิงงงงงงงง ”

ไอ้รักหน่ะ มันก็รักอยู่แต่ทำไงได้วะ??

ในเมื่อมันหมดแล้ว ตีฉิ่งฝ่ายเดียว
ยังง้ายยยยังไง

….มันก็ไม่ดัง…

ฟีเจอร์ริ่งกะผู้ชายส่วนตัวให้ดู

แม่งงง….ยังไม่สน!!

เปิดวีดีโอโป๊ให้ดู

แม่งงง….ยังไม่ได้ใคร่มี!!

อ้อ…ที่สำคัญ

เวลาที่มันจะเลิกอ่ะนะ มันจะพูดประโยคเด็ดว่า…

…. “เธอไม่ผิดหรอก เราตะหากที่ผิด”

…………………..แต่………………………..

“เพราะเธอเป็นอย่างนี้ไง เราถึงเลิก”

………………..แสรดดดด…………………

คุณผู้หญิงที่ไม่สามารถ”ตัด”ผู้ชายเฮงซวยของคุณได้

ให้คิดซะว่า….“มันไม่ใช่ของกรู มันไม่ใช่ของกรู”

หรือ “มันเกิดได้   มันก็ต้องดับได้”

คิดซะว่า…..“เราไม่คู่ควรกับมัน”

ให้มันรู้ซะว่า “ข้าว”ยังไงมันก็คือ “ข้าว”

ขาดแล้วจะรู้สึก😛

สามารถกลับไปอ่าน “สันดานผู้ชาย1”ของเราได้ที่
URL ด้านล่าง😀

https://inochi26.wordpress.com/2009/11/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e2%80%a6%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/

Life Is Complicated??

Posted in life, mind with tags , , , , , , , , , , , , , , on September 12, 2011 by inochi26

ชีวิตช่างซับซ้อน??? เหรอ???

ไม่หรอก!!! ตัวเราตะหากที่ทำให้มันซับซ้อน

คิดมาก คิดเยอะ คิดหลายตลบ

ทำไม???? เพราะ…..สิ่งที่เราเจอในแต่ละวันมันซับซ้อนไง

เราต้องปรับตัว….ซับซ้อนไปตามมัน….เท่านั้น!

อย่าเยอะ!!!

ใช้ชีวิตไปตามครรลองในสิ่งที่มันควรจะเป็น

หลายคนพูดว่า “พรหมลิขิต มักจะนำพาเรา”

ตัวเราเองนั่นแหละที่จะพาพรหมลิขิตไปในทางไหน

ให้พรหมลิขิต…ลิขิตเราสัก20%

ที่เหลือ…………ให้ตัวเรานำพาไป

ไม่มีใครจะมีอิทธิพล “เหนือ” ตัวเองหรอก

เชื่อ…ในสิ่งที่เห็น

เป็น…ในสิ่งที่ควร

รับรู้…ในสิ่งที่รู้สึก

ไม่รู้…ก็ถาม

อยากบอก…ก็บอก รู้สึกอย่างไรก็บอกอย่างนั้น ไม่ปั้นแต่ง

โกหก…ก็บอกว่าโกหก และขอโทษซะ

ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ซับซ้อน

เพราะสิ่งรอบข้างซับซ้อน วุ่นวายเหลือเกิน

จะคิดไปทำไมให้เยอะ

ถ้า…….อย่างนู้น

ถ้า…….อย่างนี้

มัวแต่ “ถ้า” อยู่นั่น จะรู้มั๊ยว่าเป็น ยังไง

ไม่ลอง….ก็ไม่รู้

ไม่ดู……..ก็ไม่เห็น

ไม่ทำ……ก็ไม่เป็น

ไม่เริ่ม…..ก็ไม่รู้ว่าจะจบยังไง?

“ความกลัว” มักจะไม่เข้าใครออกใคร

ถามตัวเองว่า กลัวแล้วได้อะไร?

ทุกคน ไม่ว่าใคร…รักตัวเองทั้งนั้นแหละ ยอมรับซะเหอะ

กระแดะแร๊ะ ถ้าจะบอกว่า “มันจะเป็นเหมือนเดิม”

แน่น๊อนนนนนน!!!!!

มันจะเหมือนเดิม  หากคิดในแบบเดิม

มันจะซับซ้อนเหมือนเดิม  หากทำให้มันซับซ้อน

มันจะไม่ซับซ้อน  หากทำและแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองเป็น

มันจะไม่ซับซ้อน  หากไม่ทำตัวให้คนอื่นคิดต่อ

สมัยเรียนปี1  “อยาก”จะปรับตัวเข้าหาคนที่เรารัก

พอเริ่มทำงาน  “ต้องการ”ให้มีคนมาเข้าใจเรา

จวบจนอายุ30 “เข้าใจ”ว่าคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ

….ยอมรับซะเถอะ ในตัวตนของแต่ละคน อย่าพยายามเปลี่ยน

(หลายคนค้านในสิ่งที่เราเขียนรอดูเอาเองว่าเมื่อเลยอายุ30จะคิดเช่นไร)

สวนสัตว์มนุษย์

Posted in mind with tags , , , , , , , , , , , , , on September 5, 2011 by inochi26

ที่ที่มีสัตว์มารวมตัวกันมากที่สุดคือ………สวนสัตว์

ที่ที่มีมนุษย์รวมตัวกันมากที่สุดคือ……….โลก

“โลก”เป็นเหมือนสวนสัตว์ดีๆนี่เอง

หลายประเภท หลายสี หลายกลิ่น หลายเผ่าพันธุ์

แก่งแย่งชิงดี กัดกัน เหมือน…..สัตว์

ต้องการสืบพันธุ์ เหมือน……….สัตว์

รัก โลภ โกรธ หลง เหมือน……สัตว์

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือน………สัตว์

เลวร้าย ทำลาย มากกว่า…….สัตว์

ความคิด ทำลาย ยิ่งกว่า…….สัตว์

จิตใจ เลวร้าย ยิ่งกว่า…………สัตว์

ในห้วงของความคิด กับ จิตที่เต็ม

Posted in life, mind with tags , , , , , , , , , , , , , , , on September 4, 2011 by inochi26

ความคิด กับ จิตใจ  มักจะอยู่คู่กันมักจะมาด้วยกัน
เหมือนรองเท้าขาดข้างใดข้างนึงไม่ได้

เมื่อ”คิดลบ”…..จิตก็มักจะแปรปรวน

เมื่อ”คิดบวก”…จิตก็ดีตาม

ห้ามความคิดไม่ได้  ห้ามจิตก็ไม่ได้

ใช้ชีวิตกับความว่างเปล่า   น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด(มั้ง?)

เมื่อใดที่จิตใจถูกกระทบ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด….สมองจะสั่งงานให้คิดไปในทางนั้น

ส่วนตัวเราเปรียบความคิดและจิตใจ เสมือน….น้ำมัน

น้ำมัน…หากราดลงบนที่ใดเมื่อจุดไฟก็จะลุกฮือขึ้นมาทันที

ขึ้นอยู่กับว่าราดบนที่ไหน

หากราดลงในอ่าง….อาณาบริเวณไม่กว้างมาก….ย่อมดับโดยเร็ว

หากราดลงในเขื่อน….ดับยากขึ้น

หากราดลงในมหาสมุทร….ไม่เพียงแค่ดับยากแต่จะส่งผลต่อสัตว์น้ำมากมาย

แผ่ไปโดยรอบ….เจ็บตัวกันหมด….ใช้เวลานานในการเยียวยา

หากใช้น้ำมันในทางที่ถูกที่ควร…กลับจะเป็นคุณประโยชน์

กลับมาสู่ในโลกของความเป็นจริง

เราเปรียบอาณาบริเวณเสมือน”สังคม”เปรียบน้ำมันเสมือน”ตัวเราเอง”

“สังคม” มักจะกำหนดอาณาบริเวณความคิดและจิตใจ

เมื่อเราอยู่ในสังคมไหน คนรอบข้างเราเป็นอย่างไร ความคิดและจิตใจมักจะคล้อยตาม

เมื่อใดสังคมเราเปลี่ยน เจอะเจอความคิดใหม่ๆ เจอคนที่คิดอีกแบบ

ความเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดทั้งในทางที่ดีและเลว

ประสบการณ์ของความคิดจะพาจิตคิดไปอีกทาง

Step back ถอยหลังสักก้าว

หันหลังกลับไปมองความคิดหรือจิตที่ชักพาตัวเรา

ปล่อยใจให้……….ว่าง

มองคนรอบตัวเรา
พวกเขาเหล่านั้นชักพาเราไปในทิศทางไหน

ตัวตนของเราต้องการอะไรจากสังคมและคนรอบตัว

ตั้งมั่น….ในสิ่งที่คิด โดยไม่เอนเอียง

ตระหนัก….กับความคิดและจิต

แยกแยะ….สิ่งไหนดี สิ่งไหนชอบ

เราจะรู้ว่า”สังคม” และ “คนรอบตัวเรา” ให้อะไรเรากลับมา

เมื่อความคิดและจิตไม่เต็ม

ทั้งสองสิ่งนี้จะเปิดกว้างให้เรารับกับสิ่งต่างๆเข้ามา

โดยมีความเป็นกลาง โดยมีการแยกแยะ โดยมีการวิเคราะห์

เมื่อไมล์ในการบินของเราเยอะขึ้น ประสบการณ์ต่างๆที่ผ่าน

มักจะกำหนดทิศทางที่จะเดิน ความคิดที่สมควรพิเคราะห์

ทั้งนี้ทั้งนั้น
ขึ้นอยู่กับว่า…เราเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมไหน

…เราเอาตัวเองไปอยู่กับคนประเภทไหน

เมื่อคิดได้….

The Older, The Wiser(แก่ขึ้น, ฉลาดขึ้น)

ทางเดิน…….ทางที่จะเดิน?

Posted in life, mind with tags , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , on August 27, 2011 by inochi26

หากจะเปรียบความรัก กับ การทำงาน

ช่วงแรกๆ3เดือนของความรักและการทำงานก็เหมือน….โปรโมชั่น

ผ่านไปครึ่งปี…บางคนก็รู้สึกดีกับที่ทำงานใหม่ กับ ความรักที่ก่อตัวขึ้น

บ้าง…………….ก็รู้สึกไม่เข้าที
ชักจะยังไงยังไงอยู่ เอ๊า ลองดูสักตั้ง!

ไปๆมาๆ ผ่านไป1ปีกับที่ทำงาน…รู้สึกอยู่ตัว
เห็นข้อดี-เสียของเพื่อนร่วมงานและคนรัก ส่วนไหนที่รับกันได้ก็รับกันไป
หัวข้อไหนที่ควรเลี่ยง ก็เลี่ยงมันซะ

เวลาผ่านไปรวดเร็ว…เข้าสู่ปีที่2-3 รู้สึกสบายตัว
เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ รู้สไตล์การทำงานของแต่ละคน  ยอมรับได้ว่าใครเป็นยังไง

แต่…

กับความรักนี่สิ?ยังไง?

ความผูกพัน??

ความเชื่อใจ??

ความไว้ใจ??

คุยรู้เรื่อง?? หรือ ไม่ยอมคุยให้รู้เรื่องแต่ทีแรก??

อะไร?ที่ทำให้ความรักของคนสองคนเติบโตมาจนถึงป่านนี้??

อืมมมนั่นสินะ….

ไอ้ช่วงโปรโมชั่น  อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่ใช่! หรือไม่จริ๊งงง!

ผ่านไปครึ่งปีไม่ใครก็ใครก็คงคิดเหมือนกับเรา

จวบจนหนึ่งปีหลายคนเริ่มหันกลับมามองตัวเองแล้วว่า

“อัตตา” หรือ“ตัวกรู”อยู่ส่วนไหนของอีกฝ่าย

…สรุป
กรู”รัก” หรือ “แค่ชอบ” ในรูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่าย

…สรุป
กรู”รับได้” หรือ “ทำใจรับได้” กับตัวตนของอีกฝ่าย

…สรุป
กรูจะ”คบ” หรือ “ลองคบ” ไปอีกดี??

…สรุป “กรู”
จะทำยังไงกับตัว”กรู”ดี??

สำหรับตัวเรา…

ไอ้คำที่คนที่เค้าชอบบบบเหลือเกินนนนคำว่า…สเปค หน่ะ

ใคร?เป็นคนกำหนดไว้ไม่ทราบ?
ไอ้ที่เคยกะเกณฑ์เอาไว้หน่ะ เคยได้กับมันมั๊ย….ไม่เค้ยยยย

ง่ายๆหากจะเชื่อมเข้ากับเรื่องงานแล้ว ที่เคยพูดว่า ชั้นจบมาชั้นจะทำงานบริษัทใหญ่โต
มีสวัสดิการนู้นนี่ แต่แท้จริงแล้ว…เป็นไง?? ไม่บอกก็รู้(ฮา)

เหมือนกัน…กับความรัก…

สเปคที่เคยกำหนดไว้
เห็นเพื่อนๆมีผัว-มีเมีย ไม่เคยจะเห็นได้เหมือนที่เคยลั่นวาจาไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแตก

ผัว-เมียที่อยู่กินกันทุกวัน…บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
“เค้ารับตัวตนของกรูได้” หรือหากจะพูดเป็นภาษาสมัยพ่อขุนรามก็คือ
“มันรู้สันดานของกรู” “กรูไม่พูดมันก็เข้าใจว่ากรูต้องการอะไร”

ในความคิดของเราคำว่า
“สเปค” เป็นคำหรือสิ่งซึ่งตัวเราเองอุปโลกน์มันขึ้นมา คนเราจะรักกันมันไม่ใช่แค่
“ดูดี…สวย…นมใหญ่…ขาสวย…ปากอิ่มเอิบ”…หรืออะไรก็ตามที

สำหรับเรา…มันอยู่ที่ว่า
เรา(ทั้งสองคน)มองเห็นข้อดี-ข้อเสียของกันและกันมาก-น้อยแค่ไหน และ
ยอมรับมันได้มั๊ย   เท่านั้นเอง!!

ส่วนตัวเรา…เปรียบ”ข้อเสีย”ของอีกฝ่ายเป็นเหมือน”ก้อนกรวด”

ที่อยู่บนถนน

(ลองจินตนาการตามนะ)

มีถนนอยู่สายนึงที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ขนาบ สองข้างทางมีดอกไม้ปลูกอยู่ตามทาง(จะสีอะไรไปคิดกันเอาเอง)
…คุณเดินเท้าเปล่าอยู่บนถนนเส้นนั้น

…ตามทางมีก้อนกรวดโรยอยู่เป็นระยะๆ

…คุณจะเดินไปเหยียบมันมั๊ย??

……..เช่นเดียวกัน……..

กับข้อเสียของอีกฝ่าย
คือ ก้อนกรวดเหล่านั้น หากคุณมองข้ามมันไป

หากคุณไม่ไปเหยียบมัน……..คุณก็จะไม่เจ็บเท้า

หากคุณมองเห็นและข้ามมันไป…….คุณก็จะไม่โดนก้อนกรวดตำเท้าเอา

ถนนสายที่สวยงาม….ก็ยังจะสวยงามสำหรับคุณต่อไปตราบนานเท่านาน

………ในทางกลับกัน………

หากคุณมองเห็น
และคุณพยายามมองก้อนกรวดเหล่านั้นให้เป็นอิฐศิลาแลง
ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นตามระยะที่คุณเดิน

….คุณก็จะมองว่า
คุณควรจะเปลี่ยนเส้นทางเดินไปเดินถนนสายอื่นที่มีก้อนกรวดที่เล็กกว่า
คุณพร้อมที่จะเสี่ยงกับถนนอีกสายนึง

ทั้งนี้ทั้งนั้น

หากคุณมองในแบบเดิม….แบบที่คุณเคยมอง…คุณก็จะเปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อยๆ  เปลี่ยนไปเรื่อยๆ  จนกว่าคุณจะเหนื่อย

….เลิก….เดินในเส้นทางที่คุณ”เลือก”

และ

คุณก็จะหันกลับมามองเส้นทางที่คุณ”เลือก”ไป

….เมื่อนั้น….

คุณก็จะพบว่า เส้นทางแต่ละสายมันก็มีก้อนกรวดเช่นเดียวกัน

ขึ้นอยู่กับว่า…คุณจะมองก้อนกรวดเหล่านั้น
เล็กหรือใหญ่เพียงไร

…และ เมื่อนั้น…

ถนนที่คุณเคยเปลี่ยน เคยหลีกเลี่ยง เพียงเพราะ

“ความกลัว” ที่จะไปเหยียบซ้ำรอยเดิม

หรือ

“ฝังใจ” ว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้นมันจะตามหลอกหลอนคุณ

หรือ

“ไม่มั่นใจ”เพียงเพราะเพื่อนที่คอยชักจูงคุณให้ไปเดินทางอื่น
คอยกำกับทิศทางให้คุณเดิน มันก็จะกลับมาอีหรอบเดิม
คุณก็จะต้องมาตั้งต้นใหม่อีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกครั้ง   ไปเรื่อยๆๆๆ

เฉกเช่น…ฝุ่นผงที่อยู่ในตา…

หากคุณไม่เขี่ยมันออกไป มันก็จะคงยังอยู่ที่เดิม
อาจแค่สลับทิศทางไปบ้าง

เมื่อคุณขยี้ตา ผงนั้นก็จะฝังเข้าไปลึกลงลึกลงทุกที

จนคุณหาทางที่จะเอาผงนั้นออก เมื่อนั้นคุณก็จะเจ็บและเข็ดหลาบ

แพทเทิร์นเดียวกับการทำงาน
หากคุณไม่พยายามหาจุดด้อยหรือเหตุที่ทำให้มันเกิดตั้งแต่ครั้งแรก ก็จะมีครั้งที่สอง
ครั้งที่สามตามมา

หากย้อนจากปัจจุบันไปสู่อดีต
ผลทั้งหลายทั้งปวงที่ตามมาต้นเหตุมันมักจะเกิดเพราะตัวคุณเองกับ…นายห่วยแตก…ระบบบ้าบออะไรไม่รู้…หรืออะไรก็แล้วแต่
ในเมื่อคุณทราบถึงปัญหาที่จะตามมา
แต่คุณไม่พยายามแก้มันตั้งแต่แรกที่เจอปัญหา
มันก็จะจบที่อีหรอบเดิมอยู่ร่ำไป

ไม่ว่าใครในแว๊บแรกของกมลความคิดก็มักจะคิดเข้าข้างตัวเองก่อน

ลองใช้เวลาสัก 10 นาทีต่อวัน
ในการไตร่ตรอง ใช้ความคิด เอาตัวเองออกมาจากตัว เสมือนมองตัวเองจากที่ที่นึง
ไม่เข้าข้างตัวเอง สิ่งไหนที่ทำดีอยู่แล้วก็จงทำต่อไป สิ่งไหนที่ทำแล้วรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของตัวและส่งผลต่อผู้อื่น  หากวันรุ่งขึ้นสามารถกล่าวคำขอโทษได้—ก็จงทำ

หากทำไม่ได้ก็จงประพฤติตัวปฏิบัติตัวกับคนอื่นๆให้ดี—พยายามอย่าซ้ำรอยเดิม
เมื่อรู้ว่าผิดก็ขอโทษจากใจไม่เสแสร้ง

คำพูดว่า “ขอโทษ”จากใจจริงเพียงคำเดียว
สามารถเปลี่ยนอะไรๆหลายอย่างได้

เพราะคำว่า “ขอโทษ” เป็นจุดเริ่มของคำว่า “ขอบคุณ”