รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ปะทะ รักแห่งสยาม


เอ่อ…ครือ คิดTitleไม่ออก อย่าคาดหวังว่ามันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกะหนังทั้ง2เรื่องนะ

เรื่องแรก…”รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”

ในรถไฟฟ้าบีทีเอสแค่ละวันมันมีเรื่องราวหลากหลายรูปแบบ
โดยเฉพาะเราที่ใช้บริการเป็นประจำทุกวัน ทุกๆวันมีการเปลียนแปลงของสถานการณ์
ผู้คน เรื่องราวจากปากของคนที่ยืนและนั่งใกล้ๆ
มีประสปการณ์ที่ผ่านมาเล่าให้ฟัง
อ่ะ…มีวันนึง
ขึ้นจากชิดลมกลับบ้านเราดั้นยืนอยู่ใกล้ๆคู่หนุ่ม-สาวคู่นึงไม่รู้เหมือนกันว่าอีคู่เวรนี้ขึ้นมาจากไหน
ผู้หญิง…”หิวข้าววว จัง…ไม่ได้กินไรมาตั้งแต่เย็นแล้ว เราหิวววๆๆ”
ผู้ชาย…ลูบหัวแฟนด้วยความสงสาร
ผู้หญิง…”ไม่ไหวแล้วเนี่ย…หิวมากกก”(สถานีนานา)
ผู้ชาย…”เดี๋ยวก็จะถึงแล้ว แป๊บบนะ//ลูบหัวแฟนต่อ”(น่ารักจริงๆ)
ผู้หญิง…”เธอ เราหิวข้าวจังเลยอ่ะ”(สถานีพร้อมพงษ์)
ในทุกๆ1-3นาที ผู้หญิงคนนี้จะพูดอยู่แบบเนี๊ยะ วนไปวนมาอยู่อย่างนี้
ตัวเรา(ในสถานะคนมีหูและได้ยิน) แมร่ง…เราอยากควักเงินซักร้อยนึงให้นังนี่ที่สถานีอโศกไปแล้วบอกว่า
“มึงงงหิวนัก ก็ช่วยไปกินอะไรก่อนได้มั้ย??ก๋วยตงก๋วยเตี๋ยว อะไรก็ได้…แล้วค่อยกลับมาใหม่”
อินี่หนิ…พล่ามอยู่นั่น เรียกคะแนนสงสารจากแฟนรึไง?? ทำตัวอ่อนระทวย
ประมาณว่าดูแลช้านหน่อยถ้าเราเป็นแฟนมันนะคงด่าเข้าให้อ่ะ…รำคาญว้อยยย
“กรู..คนโว้ย พูดคำเดียวรู้เรื่อง ไม่ต้องพูดซ้ำซาก ได้ยินแล้วว่ามรึงหิว ทำไม?กรูต้องพก
แคร็กเกอร์มาให้รึไง??”
โตเป็นควายแล้วอีนี่…ไม่ได้เป็นเด็กอนุบาล

อีกที…คราวนี้คู่เกย์
บีทีเอสมันจะมีช่วงรอยต่อระหว่างโบกี้ใช่ป๊ะ…น่านแหละ พวกมันจูบกันแมร่งตรงนั้น
โห่ววว เรางี้อยากหาผ้ามาขึง อยากมากนักใช่มั้ย?? ปะ ไปขึ้นแท็กซี่ซะ จะกอดจะจูบอะไรกัน เชิญ…
ไม่ใช่ว่าเสือกนะ แต่ตาเจ้ากรรมดันมองไปเห็น ใครห้ามไม่ให้มองว่ะแล้วไม่ใช่เราคนเดียวทั้งละแวกนั้นมองตาทุกคนก็รู้ว่าลุ้นว่าพวกมันจะยังไงกันต่อ…
เวร และ กรรมของไอ้พวกที่มอง(เราด้วย) มันดันลงเอกมัย
…ที่เหลือก็แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน แต่ที่แน่ๆสายตาทุกคนเอกฉันท์ที่ว่า
“ทำไม?ไม่ลงอ่อนนุช”

คู่เลสก็มี…
ยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อกันซักพัก ฝ่ายดี้เรียนที่ไหนซักที่อ่ะเห็นใส่ชุดนักศึกษาอยู่ ฝ่ายทอมน่าจะทำงานแล้วคือเวลาประมาณนั้น(ทุ่มเศษๆ)คนจะเยอะมากอ่ะนะ ถ้าใครเคยใช้บริการ เบียดสาดดดแล้วคุณพวกมึงยังมีหน้ามา”บีบสิว” ย้ำ “บีบสิว” กันในบีทีเอส
แม่เจ้า…..ในใจเราพูดว่า…มึงอย่าเชียวนะ อย่า..บีบสปริ้ดมาโดนกรูเชียว แม่ด่าลืมบ้านอ่ะ
ลองคิดดูสิคะว่า คนเยอะๆเบียดเสียดเยียดยัดแล้วมีคนมาบีบสิวตรงหน้าคุณ…
ไม่ให้คิดได้ไงว่า เปอร์เซ็นต์เทจขององศาในการสปริ้ดมาโดนคุณจะเป็น “ศูนย์”
ณ.ขณะนั้น โดนส่วนไหนก็ยี้ยยยแล้วอ่ะ(จินตนาการล้ำเลิศมากเรา)
ณ.อารมณ์นั้นอีกแหละ เวงงง…นี่ยยย์ ถึงบ้านแล้วกะเอากันอย่างเดียวเหรอ??
ถึงขั้นไม่มีเวลามาบีบสิว ต้องมาบีบในบีทีเอสกันเลยทีเดียว

มีอีก2ประเภทที่น่ารังเกียจ คือ
…หนึ่ง…
คนจะไป ควายจะมา ไม่สน..บีทีเอสนี้ ที่นั่งนี้ สเปสข้างหน้านี้ของกรู อยากเหยียดขา
อยากพิงตรงเสา ทำมายอ่า??…ไม่หนักหัวใครหรอกแต่(ขอโทษนะ)ตระกูลมรึงสอน
ให้ใช้นิสัยเลวๆในที่สาธารณะเหรอ??
อยากถามว่า เช้านี้ก่อนออกบ้านมรึงกินยาเขย่าขวดหรือเปล่า??
ความควายเข้าสิงหรือเยี่ยงไร?? สมบัติผู้ดีมีบ้างไหม?? กะอยู่ว่าจะซื้อหนังสือ”สมบัติผู้ดี”
ติดตัวไว้เจอคนแบบนี้จะเปิดหน้าที่เกี่ยวกับมันให้อ่าน หนีซุกแผ่นดินกันไปข้างนึงเลยทีเดียว
ตอนrush hourไม่ว่าเช้าหรือเย็น คนก็เยอะอยู่แล้ว พ่องเป็นเจ้าของหรือไง??
นิสัยเสียอีคนพวกนี้

…สอง…
ประเภท คุยโทรศัพท์ เสียงดัง….รู้นะเข้าใจนะว่าไอ้จอโฆษณาของบีทีเอสมันเสียงดัง
แต่ มรึงอย่าแข่งเสยงดังกะมันได้ม้าาาา ถือว่าน้องมายด์”คุณแม่ขอร้องงงง”
กรูไม่ได้อยากรู้เรื่องของมรึ๊งงงงง ไม่ได้แม้แต่นี้สสเดียว ไม่ต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้
ไอ้/อี ที่ทะเลาะกับแฟน,คุยเรื่องงาน,ทะเลาะกับซัพพลายเออร์ บลา บลา บลา
เกรงใจคนที่ร่วมขบวนคุณมั่ง ที่ต้องทนฟังมรึงพล่ามอะไรต่อมิอะไรหน่ะ
ประเภทนี้ก็ ก่อนออกจากบ้านกินยาลืมเขย่าขวด

——————————————————————–

เรื่องที่สอง…”รักแห่งสยาม”

เหอๆๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความรักสวีทวิดวิ้วหรอก เกี่ยวกับความรักในการกินหง่ะ

“สยาม”พื้นที่เล็กๆแต่มีร้านรวงมากมาย เปิดต้ว ปิดตัวไปตามวันและเวลา
มีร้าน”หม้อดิน”เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ขนมจีน ตั้งอยู่หน้าศูนย์หนังสือจุฬา แต่ปิดไปแล้ว
เสียดายอย่างแรง
ฮ่วย!! เราชอบร้านนี้มากอ่ะ มีทั้งน้ำเงี้ยว น้ำยา แกงเขียวหวาน ซาวน้ำฯลฯ
สุดท้ายของทุกครั้งต้อตบท้ายด้วย…ขนมจีนเปล่าๆกับน้ำปลา

อีกร้าน…อันนี้พลาดไม่ได้ ห้องเล็กๆแต่แมร่งคนต่อคิวยาวสัดดด
ไม่รู้ว่าเรียกว่าร้านอะไรแต่เราเรียกว่า”ร้านยำสยาม” มีคนทำอยู่จริงๆสองคน
อีกสองคน…พี่ผู้ชายมีตำแหน่งขายน้ำ,กล้วยปิ้งและมันปิ้ง พ่วงเด็กเสิร์ฟ
คุณยายอีกคนมีตำแหน่งเป็นแอ็กเค้าท์ และเด็กเสิร์ฟ
…เล็กลวก,ตำไข่เค็ม,ตำข้าวโพดไข่เค็ม,ลาบไก่ทอด,ต้มยำน้ำข้น ที่กล่าวมาเป็น”เดอะมัสท์”
ไม่รู้ว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไรกะร้านนี้ กินเกือบทุกอาทิตย์ มันคงอร่อยกับผงชูรสอ่ะเราคิดว่านะ
ร้านนี้เป็นอันรู้กันทั่วเขตคามว่า ไม่ง้อลูกค้า ใครรอคิวไม่ไหวก็ไม่ต้องกิน
ประโยคเด็ดประจำท่องขึ้นใจคือ “นั่งมั้ยน้อง?กี่คน?กินที่นี่จดเลย…กลับบ้านสั่งเลยไม่ต้องจด”
แล้วทุกครั้งที่ไปต้องมีอะไรเกิดขึ้น เป็นเหตุให้แม่ค้าด่าจนได้ ให้มันได้งี้สิว่ะ…

จากเรียลประสปการณ์(ค้ดแล้ว)
(หนึ่ง)
เนื่องจากบริษัทอยู่ใกล้สยาม เรากะแล้วว่าคิวยาวต้ดสินใจกะคนที่บริษัทว่าจดไปก่อนเลย
ไปถึงก็ยื่นรายการอาหาร สักพัก…ป๊าาาบเข้าให้ พี่คนตัวเล็กๆดำๆอ่ะ เรียกเลยย..
“น้องงงง…นี่มันเลข1หรือเลข2 ?? (ไรหว่ากรูว่ากรูเขียนถูกแล้วน๊ะ) เลข1ไม่ต้องมีหาง
พี่สับสน”
หื้อ?? คือพี่เค้าจะบอกว่าเวลาเขียนเลข”หนึ่ง” ก็แค่ขีดเส้นตรงๆหนึ่งเส้นก็พอ
…โอยย ประจานกันทั้งร้านและละแวกใกล้เคียง คนเดินผ่านไปมาได้ยินโหม้ดดด
(พวกเราก็คิดว่าพวกกรูเขียนมาแม่งก็หาอะไรมาด่าพวกกรูผิดทู้กที เขียนเลขหนึ่งมีหางแม่งยังด่า)

(สอง)
ตอนที่สั่งต้มยำคราวก่อนนู้น นังแม่ค้าหันมาถามว่า”น้องงง ต้มยำน้ำใสหรือน้ำข้น??บอกด้วยจะได้ทำถูก”โอเค้ย์ๆๆเนื่องจากมีประสปการณ์มาแล้ว คราวนี้เราเลยตะโกนบอกว่า
“พี่ต้มยำน้ำข้นนะคะ”
นึกว่าจะรอดตัว ที่ไหนได้แม่ค้าเสือกตะโกนกลับมาว่า “ต้มยำมีแต่น้ำข้น ไม่ทำน้ำใส”
….เอ๋อแดก….เวงงงง แล้วคราที่แล้วพวกกรูมากินเชี่ยไหนตะโกนว่า”น้ำใส หรือ น้ำข้นวะ??”
เดาอารมณ์แม่ค้าไม่ถูก ในเมื่อความซวยมาเยือนอะไรก็ช่วยไม่ได้ เฮ้อ…

(สาม)
เวลาสั่งอาหารต้องตะโกนดังๆไม่งั้นแม่ค้าไม่ได้ยิน(หูดับไงว่ะ? ร้านก็โครตเล็ก)
พอวันไหนที่เราตะโกนไปดังๆ ดันหันมาด่ากรูว่า”ไม่ต้องตะโกนก็ได้ ใกล้แค่นี้ได้ยิน!!”
ชิบหายแล้วมั้ยหล่ะกรู ตะโกนก็โดนด่า ไม่ตะโกนก็ว่า ไงก็ผิดวันยันค่ำ…หลังๆนี่ช่างแม่งง
เหวี่ยงเต็มที่เลยเพ่….เตรียมใจมากินและรับคำด่า

(สี่)
คราวนี้เราไม่ได้ไป น้องที่บริษัทไปกินแล้วมาเล่าให้ฟังว่า มีผู้หญิงคนนึงไปกินคนเดียว แต่สั่ง
ต้มยำเซี่ยงไฮ้น้ำข้น,ตำผลไม้รวม,ส้มตำปูม้า และอะไรอีกสักอย่างนี่แหละ…เด็ดอยู่ตรงที่
“ขอรวมมาในจานเดียว”
คนทำก็ทำไม่ถูก ไม่ใช่พระนะเมิงงงที่จะเอาทุกอย่างมารวมในบาตรแล้วฉัน
สรุป…พี่คนทำก็เอาทุกอย่างมารวมกันจริงๆ ใส่ในกะละมังที่ใช้คลุกยำอ่ะ แล้วเธอคนนั้นก็กินจริงๆ
อย่างกะกะละมังข้าวหมา…คิดดูละกันว่าในชามนั้น มีทั้งปูม้า เส้นมะละกอ น้ำต้มยำและอะไรต่อมิอะไร
….แบบนี้ ต้องให้เสื้อสามารถ

(ห้า…ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอเม้าท์คุณยายหน่อย)
ยายแกจะชอบลูกค้าผู้ชายเป็นการพิเศษ ไม่ว่าชายแท้หรือแอ๊บชาย ช่ายซี้…พวกกรูมันชะนีนี่นะ
ครั้งก่อนมีกลุ่มแอ๊บไปกิน ยายแกออกหน้าออกตามากเป็นพิเศษ
“เอ้า ส้มตำได้แล้วลูก..รับหน่อย”
“โต๊ะไม่พอวางแก้ว อ่ะนี่เก้าอี้ไว้วางแก้วน้ำนะ”
“สั่งอะไรเพิ่ม บอกได้น้า..”
…แมร่ง โคตรไม่แฟร์ พวกผู้ชายมานะ”ลูกอย่างงั้น ลูกอย่างงี้” พวกกรูก็จ่ายเงินเหมือนกันอ่ะ
ทำไมไม่ได้อภิสิทธิ์พิเศษบ้างว่ะ ช่ายซี้…ไพเออร์ริตี้มันต่างกัน
ทีพวกชะนีอย่างเรานะ…
“เอ้า ลาบไก่ได้แล้วววรับหน่อย//เสียงเข้ม”
“รับเร้ววว สั่งหลายอย่างขยิบที่วางด้วยยย”
แล้วเวลาแกคิดตังค์นะ อะไรเป็นอะไรก็ไม่รุ จานนี้40 นี่50 เล็ก5 ทั้งหมด410บาท”
คิดเลขไวมากอ่ะ ขอบอกๆเรายังคิดตามไม่ทัน ท้ายสุดก็ต้องจ่ายตามนั้น
เคยถามไปทีนึงว่าทำไมมันถึงเป็นราคานี้ แกตอบมาว่าไงรู้ป๊ะ แกตอบว่า
“นี่..จานกลม2 รวมนี่..จานรี5 เล็กลวกอีก5 เป็นเท่านี้ไม่ถูกเร๊อะไง??”

ยายจ๋า…สิทธิของผู้บริโภค ถามหน่อยไม่ได้ง๊ะ???
โครตเหง้าสักหลาดคงสอนมาแบบนี้…อายุปูนนี้แล้ว ไม้แก่ดัดยาก
…นี่(คิดเล่นๆนะ) วันไหนกรึ่มๆมานะท้าตบแม่งงงง

อ๊ะ…ต้องอยู่กันอีกนาน เว้นให้ร้านนึงระกัน
(ถ้าไม่เชื่อว่าเป็นแบบที่เราเล่ามาหล่ะก้อ เชิญได้..ถามคนแถวนั้นก็ได้ว่า”ร้านยำสยาม”
อยู่ไหน??)

งั้นงี้…พรุ่งนี้ไปให้แม่ค้าด่าซะหน่อย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: